เกี่ยวกับบริษัทฝาจีบ

สารจากคณะกรรมการ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ทั้งในไทยและต่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 3.5 – 4.5 ต่อปี ส่วนตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตประมาณร้อยละ 3 ต่อปี สะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ ความสะดวก และความยั่งยืน แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา มาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวด ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ในปี 2568 บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) ยังคงดำเนินธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายฝาบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มบรรจุขวด ซึ่งถือเป็นปีที่พิสูจน์ศักยภาพของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการปรับปรุงเทคโนโลยีภายในองค์กรสู่ระบบคลาวด์แบบครบวงจร การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการขยายฐานตลาดใหม่ในต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวและลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการผลิตที่มีคุณภาพ การควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด และการสร้างความเชื่อมั่นกับคู่ค้าหลักอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การผ่านการตรวจรับรองการขึ้นทะเบียน “คาร์บอนฟุตพริ้นขององค์กร” และ “คาร์บอนฟุตพริ้นของผลิตภัณฑ์” การเข้าร่วมโครงการ CSR-DIW Continuous และได้รับรางวัลต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2566 การผ่านการรับรอง “อุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4” การผ่านการรับรองเครื่องหมาย “สัญลักษณ์ฮาลาล” การดูแลคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของพนักงาน ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายการทำงานปลอดภัยต่อเนื่องมากกว่า 795 วัน โดยไม่เกิดอุบัติเหตุ ขั้นรุนแรง การบริหารจัดการด้วยความโปร่งใสและธรรมาภิบาลตามนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่องในฐานะ “สมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย” เพื่อสอดรับกับการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยแนวทางที่เน้น คุณภาพ ประสิทธิภาพ และการขยายตลาดต่างประเทศ
คณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน คู่ค้า ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา พร้อมทั้งขอขอบคุณพนักงานทุกท่านที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการขับเคลื่อนบริษัทฯ ให้เจริญเติบโต เพื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 56 อย่างมั่นคงและแข็งแรง พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ที่จะยกระดับศักยภาพการแข่งขันในอนาคต
ในปี 2563 เป็นปีที่ บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดดำเนินการครบ 50 ปีบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมสำคัญเพื่อ เป็นการตอบแทนสังคม อาทิเช่น บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) และมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีจำนวนรวม 5 ล้านบาท พนักงานร่วมอาสาพัฒนา ณ โรงเรียนวัดวังทิพย์พันธาราม ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก และร่วมเป็นเจ้า ภาพงานทอดกฐินสามัคคีณ วัดจันทรสุข ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรีจ.ปทุมธานีและในช่วงวิกฤตจากการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทฯ และพนักงานได้ร่วมบริจาคถุงยังชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ณ วัดสายสุวพรรณ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวงจ.ปทุมธานีและวัด นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ปฏิบัติและควบคุมค่าต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามข้อบังคับของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ มีการบำบัด และขจัดอย่างถูกวิธีตามข้อกำหนดด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมมิให้กระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ ตลอดจนได้ดำเนินการยื่นต่ออายุใบรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่นของภาคเอกชนไทยและได้รับการ รับรอง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยการรับรองดังกล่าวจะมีอายุ 3 ปีนับจากวันที่มีมติให้การรับรอง คณะกรรมการบริษัทฯขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น นักลงทุน คู่ค้า ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ ความเชื่อมั่นและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมาและขอขอบคุณพนักงานทุกท่านที่ทุ่มเทแรงกายและแรง ใจในการนำพาให้บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและเข้มแข็ง พร้อมรับกับการพัฒนาเปลี่ยนแปลง สิ่งต่างๆให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดให้กับผู้มีส่วนร่วมและผู้มีส่วนได้เสียที่ให้ความเชื่อถือและให้ความไว้วางใจต่อ บริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา
ประวัติความเป็นมา
บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย ฝาจีบ ฝาเกลียวกันปลอม ฝาแม็กซี่ ฝาพลาสติก และฝาคอมโพสิต สำหรับปิดผนึกขวดบรรจุเครื่องดื่มหลากหลายประเภท เช่น น้ำอัดลม นมถั่วเหลือง เบียร์ โซดา เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำผลไม้ สุรา ชา น้ำดื่ม ซุปไก่สกัด รังนก และเวชภัณฑ์ รวมถึงจำหน่ายเครื่องผนึกฝาจุกจีบแบบคันโยกและเครื่องผนึกฝาแม็กซี่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการให้บริการรับจ้างพิมพ์แผ่นโลหะและแผ่นอลูมิเนียมตราต่าง ๆ
บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งในปี 2511 ได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตจากบริษัท นิปปอน โคลสเชอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัท โตโย ไซกัน กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งกำลังการผลิตที่มีเพียงพอ บริษัทฯ ได้จำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจบรรจุภัณฑ์ฝาปิดผนึก บริษัทฯ ได้พัฒนาและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันยาวนานกับลูกค้า ด้วยการยึดมั่นในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยการใช้เทคโนโลยีชั้นนำจากกลุ่มบริษัท โตโย ไซกัน กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด บริษัทฯ ยังคงทุ่มเทและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ที่จะก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในอนาคต
วิสัยทัศน์
เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ฝาและบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง ที่มีนวัตกรรม
เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค
โดยคำนึงถึงความปลอดภัยทางอาหารและความยั่งยืน
พันธกิจ
1. ส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและมีคุณภาพสูง
2. วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสินค้าที่มีนวัตกรรมที่หลากหลาย
3. บริหารและจัดการกระบวนการทำงานที่เป็นเลิศด้วยนวัตกรรมและมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
4. สร้างวัฒนธรรมองค์กรโดยส่งเสริมให้พนักงานปฏิบัติตามค่านิยมหลักขององค์กร พร้อมจัดให้สถานที่ทำงานเป็นที่ปลอดภัยและพนักงานมีความสุขในการทำงาน
5. เป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนในทุกด้านโดยปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ
2557
2558
2559
2560
2561
2562
2563
2564
2565
2566
2567
2568
ปี 2557
บริษัท ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท นิปปอน โคลสเชอร์ส จำกัด และ Davlyn Steel Corporation (Hong Kong) Co., Ltd. ตั้งบริษัท PT. Indonesia Caps and Closures ผลิตฝาในประเทศอินโดนีเซีย ทุนจดทะเบียน 5,750,000 ดอลล่าร์สหรัฐ โดยถือหุ้น จำนวน 14,375 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียน
ปี 2558
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในปี 2558
ปี 2559
บริษัทฯ เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต
บริษัทฯ ได้ตัดจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เฮอริเทจ สโตนแวร์ จำกัด จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งได้มีการตั้งสำรองลดลงของมูลค่าเต็มจำนวนไว้แล้วตั้งแต่ปี 2541 บริษัทดังกล่าวได้ล้มละลาย และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้คดีสิ้นสุดแล้วในปี 2559
ปี 2560
บริษัทฯ ได้ขายหุ้นใน บริษัท เพชรแพค จำกัด ทั้งหมดจำนวน 140,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 303 บาท ให้กับบริษัท บางกอก กล๊าส จำกัด (มหาชน)
บริษัทฯ สละสิทธิการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท Indonesia Caps and Closures จำกัด (ICC) จำนวน 15,375 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งหมดของ ICC ให้กับบริษัทนิปปอน โคลสเชอร์ส จำกัด จำนวน 9,225 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 15 และให้กับบริษัท Davlyn Steel Corporation (Hong Kong) Co., Ltd. จำนวน 6,150 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่สละสิทธิการซื้อหุ้นเพิ่มทุน หลังการเพิ่มทุนของ ICC สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ใน ICC เท่ากับ 14,375 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 12.08 ของทุนจดทะเบียนของ ICC
บริษัทฯ ได้รับใบรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC) จากคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต ในงาน “Thailand’s 8th National Conference on Collective Action Against Corruption” เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560
ปี 2561
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในปี 2561
ปี 2562
บริษัทขายหุ้นของบริษัท Indonesia Caps and Closures จำกัด (ICC) จำนวน 14,375 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 12.08 ให้กับบริษัท นิปปอน โคลสเชอร์ส จำกัด (NCC) จำนวน 8,625 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 7.25 และให้กับบริษัท Davlyn Steel Corporation (Hong Kong) Co., Ltd. (UCC) จำนวน 5,750 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 4.83 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 1,837.36 บาท/หุ้น
ปี 2563
บริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนและกรอกแบบประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อขอยื่นต่ออายุใบรับรองสมาชิกฯ ต่อคณะกรรมการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 คณะกรรมการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทยได้มีมติให้การรับรองต่ออายุ “บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน)” เป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย โดยการรับรองดังกล่าวจะมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่มีมติให้การรับรองตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2563 และครบกำหนดอายุการรับรอง 3 ปี ในวันที่ 30 กันยายน 2566
ปี 2564
บริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน “รายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI)” ประจำปี 2564 ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการประกาศผล ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2564 และในปี 2565 บริษัทฯ ยังคงเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรสู่ความยั่งยืนต่อไป
ปี 2565
บริษัทฯ ได้ผ่านการตรวจรับรองและขึ้นทะเบียน “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” (Carbon Footprint for Organization : CFO) ตามมาตรฐานและข้อกำหนด ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และได้รับ Certificate Standard TGO Guidance of the Carbon Footprint for Organization เป็นที่เรียบร้อย
ปี 2566
บริษัทฯ ได้รับใบรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC) จากคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 โดยการรับรองดังกล่าวจะมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่มีมติให้การรับรอง
บริษัทฯ ได้ผ่านการตรวจรับรองและขึ้นทะเบียน “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร”(Carbon Footprint for Organization : CFO) ตามมาตรฐานและข้อกำหนด ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และได้รับ Certificate Standard TGO Guidance of the Carbon Footprint for Organization ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มอบรับรางวัลเกียรติยศ CSR-DIW AWARD 2023 เพื่อแสดงว่าบริษัทฯ ได้รับมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ (CSR-DIW) เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566
บริษัทฯ ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนยื่นขอใบอนุญาต “เครื่องหมายฮาลาล” และได้รับใบอนุญาตมาตรฐานอาหารฮาลาล เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566
ปี 2567
บริษัทฯ ได้ผ่านการตรวจรับรองและขึ้นทะเบียน Carbon Footprint by Product ตามมาตรฐานและข้อกำหนด ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)โดยการรับรองดังกล่าวจะมีอายุ 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2570
บริษัทฯ ได้รับรางวัล “CSR-DIW CONTINUOUS AWARD 2024” จากกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567
บริษัทฯ ได้ขานรับนโยบาย ESG (Environmental, Social and Governance) หรือการดำเนินงานอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล และได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อความยั่งยืนขึ้น เพื่อกำหนดและติดตามกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
ปี 2568
บริษัทฯ ได้ผ่านการตรวจรับรองและขึ้นทะเบียน “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” (Carbon Footprint for Organization : CFO) ตามมาตรฐานและข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และได้รับ Certificate Standard TGO Guidance of the Carbon Footprint for Organization เป็นที่เรียบร้อย
บริษัทฯ ได้ผ่านการตรวจรับรองและขึ้นทะเบียน Carbon Footprint by Product ตามมาตรฐานและข้อกำหนด ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพิ่มเติมอีก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ (28DEEP, 28SHL และ 30ED)
บริษัทฯ ได้รับรางวัล “CSR-DIW CONTINUOUS AWARD 2025” จากกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ ได้รับโล่อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 (Green Industry Level 4) วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
บริษัทฯ ได้รับการประเมินความยั่งยืนปี 2568 SET ESG Ratings Score 2025 ซึ่งผ่านการประเมินในระดับ BBB ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรสู่ความยั่งยืนต่อไป
การบริหารจัดการความเสี่ยง
บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงเชิงบูรณาการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กร กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดขึ้นและกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ระบุเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอันส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์หรือเป้าหมาของบริษัทฯ และต้องมีการจัดการความเสี่ยงดังกล่าวให้อยู่ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ดังนั้นเพื่อให้การบริหารงานของบริษัทฯ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเพื่อเตรียมการรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และให้เป็นไปตามกรอบมาตรฐานการบริหารจัดการความเสี่ยงสากล COSO ERM 2017
มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ดี เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินการ ของบริษัทฯอย่างมีประสิทธิภาพเกิดการพัฒนาและมีการปฏิบัติงานด้านการ บริหารความเสี่ยงทั่วทั้งบริษัทใน ทิศทางเดียวกันโดยนำระบบการบริหาร ความเสี่ยงมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจวางแผนงาน และการดำเนินงาน รวมถึงมีการกำหนดแนวทางป้องกันและบรรเทาความเสี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย หรือความสูญเสีย ที่อาจเกิดขึ้น โดยมีการติดตามและประเมินผลการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดชอบของพนักงานในทุกระดับชั้นที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีในการปฏิบัติงานในหน่วยงานของตนและบริษัท โดยให้ ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ และเหมาะสม
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) มีอำนาจหน้าที่ กำหนด และทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยง วัตถุประสงค์ และกรอบการดำเนินงานบริหารความเสี่ยงโดยครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญ และสนับสนุนให้ดำเนินการบริหารความเสี่ยงองค์กร สอดคล้องกับ กลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจ รวมถึงสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
โครงสร้างองค์กร
คณะกรรมการบริษัท

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์

นายพรวุฒิ สารสิน

นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์

นายสาธิต ชาญเชาวน์กุล

ผศ.ดร.ศันสนลักษณ์ รัชฎาวงศ์

นายโรจน์ฤทธิ์ เทพาคำ

นายฐิติวุฒิ์ บุลสุข

นายโมโตอะกิ คิริ

นายทาดะชิ ฟูนะฮาชิ

นายโมโตคัทซึ ยามาดะ

นายอะคิโอะ โอตานิ

นางจิรพร หนูทอง

นางสาวราตรี จันทำ
คณะผู้บริหาร

นางจิรพร หนูทอง

นายโมโตคัทซึ ยามาดะ

นายจิตพล สิทธิศักดิ์

นายอริยะ ธนานุกูลกิจ

นายวันเฉลิม ทยานศิลป์

นายบัญชา ไตรยปัญจวิทย์







